วันมาฆบูชา จัดทำโดย มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ...

a.jpg (10359 bytes)พระอภิธรรมออนไลน์...   วันมาฆบูชาเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนแสดงความเคารพต่อพระธรรม มาฆะเป็นชื่อของเดือน ๓ มาฆบูชาย่อมาจากคำว่า "มาฆบุรณมี" แปลว่าการบูชาพระในวันเพ็ญเดือน ๓

พระอภิธรรมออนไลน์...   ถ้าปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน ๘ สองครั้ง วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เหตุที่เกิดวันมาฆบูชาขึ้นเนื่องจาก เมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่เวฬุวนาราม กรุงราชคฤห์ ในตอนต้นพุทธกาล ถึงวันมาฆบุรณมีดิถีเพ็ญแห่งมาฆมาส ซึ่งตรงกับวันทำพิธีศิวราตรี ของพวก พราหมณ์ พระสงฆ์ที่ไปประกาศพระศาสนาในที่ต่างๆ ได้กลับมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ที่เมือง ราชคฤห์ พระองค์จึงประทาน โอวาทปาติโมกข์ การประชุมครั้งนี้เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต แปล ว่าการประชุมพร้อมกัน ๔ ประการ อันได้แก่

1. พระสาวกที่เข้าประชุมล้วนเป็นพระอรหันต์ และได้รับการอุปสมบทจาก พระพุทธเจ้าทั้งสิ้น
2. พระอรหันต์สาวกที่เข้ามาร่วมประชุมที่เวฬุวนารามมีจำนวนถึง ๑,๒๕๐ รูป
3. พระอรหันต์สาวกทั้ง ๑,๒๕๐ รูป ไม่ได้นัดหมายกันมาก่อนเลย
4. วันนั้นดวงจันทร์เสวยมาฆฤกษ์เต็มบริบูรณ์

พระอภิธรรมออนไลน์...   นอกจากนี้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเทศน์โอวาทปาติโมกข์ในที่ ประชุมสงฆ์ ซึ่งเป็นมหาสังฆนิบาต คือ ประชุมสงฆ์หมู่ใหญ่ ใจความของโอวาทปาติโมกข์นั้น ก็คือแสดงหัวข้อคำสอนพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ๓ ประการคือ.

ปัญญา เป็นแสงสว่างแห่งโลก...สพฺพปาปสฺส อกรณํ การไม่ทำความชั่วทุกชนิด ๑

ปัญญา เป็นแสงสว่างแห่งโลก...กุสลสฺสูปสมฺปทา การทำแต่ความดี ๑

ปัญญา เป็นแสงสว่างแห่งโลก...สจิตฺตปริโยทปนํ การทำใจให้ผ่องแผ้ว ๑

d.jpg (6925 bytes)พระอภิธรรมออนไลน์...   พิธีนี้ชื่อเรียกเป็น ๒ อย่าง คือ มาฆบูชาบ้าง จาตุรงคสันนิบาตบ้าง ดังเหตุผลที่ กล่าวมาแล้ว ในวันเช่นนี้ สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่ พระสงฆ์ประชุมกัน ในตอนบ่าย ที่พระเวฬุวันมหาวิหาร ในกรุงราชคฤห์นับว่า เป็นวัน ประดิษฐาน พระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก

พระอภิธรรมออนไลน์...   การที่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเลือกเอากรุงราชคฤห์เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธศาสนานั้น น่าจะเห็นว่า เพราะพระองค์ทรงเห็นความมั่นคงของพระศาสนา แล้วเนื่องด้วยพระเจ้าพิมพิสารทรงเลื่อมใส เพราะการตั้งสมาคมต้องการตั้งสมาคมต้องอาศัยความนิยมนับถือของประชาชนเป็นใหญ่ เมื่อมีผู้นิยมนับถือแล้ว สมาคมที่ตั้งขึ้นก็เจริญหากไม่มีผู้นิยมนับถือก็ย่อมเสื่อม ฉะนั้น เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงเลื่อมใสแล้วก็มั่นใจว่า จะเจริญ อีกประการหนึ่งก็ต้องการจะอาศัยกำลังของพระเจ้าพิมพิสาร ด้วยเพราะสมาคมที่ตั้งขึ้นแล้วจะดำรงยั่งยืนอยู่ได้ ต้องได้รับความอุปถัมภ์บำรุงเพียง พอถ้าขาดผู้อุปถัมภ์ก็หมดกำลัง ตั้งอยู่ไม่ได้ต้องเลิกล้มไป อย่างเดียวกับวัดวาอาราม หรือสมาคมต่างๆในบัดนี้ เมื่อพอใจได้ว่า จะไม่ล้ม ด้วยเหตุผลตามที่กล่าวมานั้ พอจะ ชี้ให้เห็นถึงการที่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเลือกประดิษฐานพระพุทธศาสนาใน กรุงราชคฤห์ เป็นครั้งแรก

พระอภิธรรมออนไลน์...  ด้วยเหตุที่วันนี้เป็นวันสำคัญ เป็นวันประดิษฐานพระพุทธศาสนาได้มั่นคงถาวร ตราบเท่าวันนี้จึงได้จัดเป็นพระราชพิธิอย่างหนึ่ง ซึ่งพระมหากษตริย์ทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลสืบๆ กันมาเป็นประจำตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ ตลอดมา การพระราชกุศล ของพระมหากษัตริย์นั้นปรากฏในเรื่องพระราชพิธีสิบสองเดือนมีดังนี้. e.jpg (14358 bytes)

พระอภิธรรมออนไลน์...  "เมื่อถึงวันมาฆเวลาเช้า พระสงฆ์ ๓๐ รูป ฉันในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาส ดาราม เวลาค่ำเสด็จออกทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการแล้ว พระสงค์สวดทำวัตรเย็นเหมือนอย่างที่ วัดแล้วจึงให้สวดมนต์ต่อไป มีสวดคาถาโอวาทปาติโมกข์ด้วย สวดมนต์ จบ ทรงจุดเทียน ตามราวรอบพระอุโบสถ ๑,๒๔๐ เล่ม เท่าจำนวนพระอรหัต์ที่มาประชุม ครั้งนั้น มี ประโคมด้วยอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงได้มีเทศนาโอวาทปาติโมกข์ ๑ เป็นเทศนาทั้ง ภาษามคธ และภาษาไทย เครื่องกัณฑ์จีวรเนื้อดีผืนหนึ่ง เงิน ๓ ตำลึง และขนมต่างๆ เทศน์จบ พระสงฆ์ที่สวด ๓๐ รูปนั้นรับสัพพีเป็นเสร็จการ"

พระอภิธรรมออนไลน์...  อนึ่ง วันมาฆะนี้ ถ้าถูกครราวเสด็จพระราชดำเนินไปประพาสที่ใดๆเช่นพระพุทธ บาท พระพุทธฉาย พระปฐมเจดีย์ พระแท่นดงรัง ก็ทรงทำมาฆบูชาในสถานที่นั้นๆขึ้น อีก ส่วนหนึ่งต่างหาก นอกจากในพระบรมมหาราชวัง"นี้เป็นการกุศลส่วนของ พระมหากษัตริย์

พระอภิธรรมออนไลน์...   ส่วนที่พุทธศาสนิกชนอื่นๆจะบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันมาฆะนี้ มีประเพณีว่าให้นำ ดอกไม้ธูปเทียนไปในวัดพอได้เวลาพระสงฆ์ประชุมพร้อมกัน ยืนหันหน้าตรงต่อพระ สถูปหรือพระปฏิมา บรรดาฆราวาสก็ยืนตั้งแถวให้เป็นระเบียบอยู่หลังพระสงฆ์ จุดธูป เทียนที่เตรียมไป ยืนตรงประนมมือถือเครื่องสักการะ พระสงฆ์ผู้ใหญ่ในที่ประชุมนั้น กล่าวนำคำบูชา แล้วทั้งหมดว่าตามด้วยความตั้งใจแน่วแน่ตรงต่อวัตถุที่เคารพบูชานั้น.

พระอภิธรรมออนไลน์...  โอวาทปาติโมกข์ : คือหลักคำสอนที่เป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา ในครั้งนั้นพระพุทธองค์ทรงตรัสเป็พระคาถา รวม ๓ พระคาถาครึ่งดังนี้

พระคาถาที่ ๑ ปัญญา เป็นแสงสว่างแห่งโลก...

ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา   นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต ฯ

Slidbar.gif (8656 bytes)

พระคาถาที่ ๒ ปัญญา เป็นแสงสว่างแห่งโลก...

สพฺพปาปสฺส อกรณํ กุสลสฺสูปสมฺปทา สจิตฺตปริโยทปนํ  เอตํ พุทฺธานสาสนํ ฯ

Slidbar.gif (8656 bytes)

พระคาถาที่ ๓ ปัญญา เป็นแสงสว่างแห่งโลก...

อนูปวาโท อนูปฆาโต   ปาติโมกฺเข จ สํวโร มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ ปนฺตญฺจ สยนาสนํ

Slidbar.gif (8656 bytes)

ครึ่งพระคาถาปัญญา เป็นแสงสว่างแห่งโลก...

อธิจิตฺเต จ อาโยโค              เอตํ พุทฺธานสาสนํ ฯ

Slidbar.gif (8656 bytes)

tfou8063.jpg (11557 bytes)ใจความแห่งพระปาติโมกข์ นั้น มีดังนี้

พระอภิธรรมออนไลน์...  ในพระคาถาที่ ๑ พระองค์ทรงแสดงถึงคุณธรรมคือขันติ ความอดทนอดกลั้น ว่าเป็นเครื่องอุดหนุนให้บุคคลบรรลุบรมธรรมคือพระนิพพาน พร้อมทั้งทรงแสดงลักษณะของบุคคลผู้เป็นบรรพชิตหรือสมณะไว้ว่า บุคคลผู้ทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่นให้ลำบาก หาชื่อว่าเป็นบรรพชิตหรือสมณะไม่

พระอภิธรรมออนไลน์...  ในพระคาถาที่ ๒ พระองค์ทรงแสดงถึงหลักคำสอนที่สำคัญซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา เพื่อให้พระสาวกได้นำไปใช้เป็นหลักในการเผยแพร่และสั่งสอนไว้ ๓ ประการคือ

๑. เว้นจากทุจริต คือการประพฤติชั่วด้วยกาย วาจา ใจ ( ไม่ทำชั่ว )
๒. ประกอบสุจริต คือประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ ( ทำแต่ความดี )
๓. ทำจิตใจของตนให้หมดจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง มีโลภ โกรธ หลง ( ทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว )

พระอภิธรรมออนไลน์...  ในพระคาถาที่ ๓ กับอีกครึ่งพระคาถา พระองค์ทรงแสดงถึงปฏิปทา ข้อสำหรับปฏิบัติตนของพระสงฆ์สาวก ๖ ประการคือ

๑. ห้ามมิให้ว่าร้ายผู้อื่น
๒. ห้ามมิให้เบียดเบียนผู้อื่น
๓. ต้องสำรวมในพระปาติโมกข์ คือไม่ล่วงละเมิดในสิกขาบทบัญญัติ
๔. ต้องรู้จักประมาณในการแสวงหาและในการบริโภคใช้สอย
๕. ควรอยู่ในสถานที่อันสงบเงียบ เพื่อ
๖. ประกอบความเพียรในอธิจิต
คือชำระจิตให้ปราศจากนิวรณธรรมูปกิเลส มีกามฉันท์เป็นต้น เพื่อให้เกิดมีสมาธิและปัญญา รู้เท่าทันความเป็นจริง ของสิ่งทั้งหลายทั้งปวงในที่สุด

พระอภิธรรมออนไลน์...  พอสรุปได้ว่า "การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การทำแต่ความดี และการทำจิตใจให้ผ่องใส นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย"

พระอภิธรรมออนไลน์...  วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ หรือวันมาฆบูชาเป็นวันที่ประชุมพร้อมกัน ๔ ประการดังกล่าว พุทธศาสนิกชนจึงถือเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาวันหนึ่งของไทย

ธรรมเนียมปฏิบัติในวันมาฆบูชา

1. ทำบุญใส่บาตรในตอนเช้า ตอนบ่ายฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา

2. ตอนเย็น เมื่อถึงเวลากำหนด ทางวัดจะตีระฆังสัญญาณให้พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ประชุมพร้อมกันที่หน้าพระอุโบสถ หรือลานพระเจดีย์ ภิกษุอยู่แถวหน้า สามเณรอยู่แถวต่อจากพระสงฆ์ ท้ายสุดเป็น อุบาสก อุปาสิกา ทุกคนถือดอกไม้ธูปเทียนที่เตรียมมา พร้อมกันแล้วเจ้าอาวาสจุดธูปเทียน ทุกคนปฏิบัติตามแล้วหันหน้าเข้าหาปูชนีสถานที่จะเวียน เจ้าอาวาสนำว่า นโมสามจบ จากนั้นนำกล่าวคำถวายดอกไม้ ธูปเทียน ทุกคนว่าตามจบแล้วเดินเวียนขวาตลอดเวลาพึงระลึกพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ จนครบสามรอบแล้วจึงนำดอกไม้ ธูปเทียนไปปักบูชาตามที่ทางวัดเตรียมไว้

3. ประดับธงชาติที่อาคารบ้านเรือน

 วันมาฆบูชา
ตรงกับวัน ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓
หรือ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ในปีอธิกมาส

พระอภิธรรมออนไลน์...  หลังจากที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้มาเป็นเวลา ๙ เดือนแล้ว เมื่อถึงวันเพ็ญกลางเดือน ๓ ( มาฆปุรณมี ) ซึ่งตรงกับวันสำคัญของศาสนาพราหมณ์ โดยพราหมณ์เรียกว่าวันศิวาราตรี คือวันทำพิธีลอยบาปของพราหมณ์ พระพุทธองค์ได้ประทับ ณ เวฬุวนาราม ( วัดเวฬุวัน ) เมืองราชคฤห์

พระอภิธรรมออนไลน์...  ครั้งนั้นได้มีพระอรหันต์ขีณาสพเจ้า จำนวน ๑,๒๕๐ องค์   คือพระอรหันต์ซึ่งอยู่ในคณะของพระอุรุเวลกัสสปเถระ   พระนทีกัสสปเถระ และพระคยากัสสปเถระรวม ๑,๐๐๐ องค์   กับพระอรหันต์ซึ่งอยู่ในคณะของพระสารีบุตรเถระ   และพระโมคคัลลานะเถระ ๒๕๐ องค์ รวมทั้งสองคณะเป็น ๑,๒๕๐ องค์   ได้พร้อมกันไปเฝ้าพระบรมศาสดา พระองค์ทรงเห็นเป็นนิมิตอันดี   จึงได้เสด็จท่ามกลางพระสงฆ์ ๑,๒๕๐ องค์นั้นแสดง “โอวาทปาติโมกข์” ทรงทำวิสุทธิอุโบสถประทานธรรมอันเป็นหลักแห่งพระพุทธศาสนา
เพื่อเป็นหลักในการประกาศพระพุทธศาสนาสำหรับพระสาวกสืบไป

พระอภิธรรมออนไลน์...  การมาชุมนุมของพระสาวกของพระพุทธองค์ในครั้งนี้   นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่แปลกกว่าทุกคราวในสมัยพุทธกาล   เรียกว่า“จาตุรงคสันนิบาต” ซึ่งประกอบด้วยองค์ ๔ คือ

- พระสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูปมาชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมายมาก่อน
- พระสงฆ์เหล่านั้นเป็น ‘เอหิภิกขุ’ คือพระพุทธองค์อุปสมบทให้ด้วยพระองค์เอง
- พระสงฆ์เหล่านั้น ล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา ๖
- ตรงกับวันเพ็ญเดือนมาฆะ ( ขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๓ )

e15.jpg (5304 bytes)

พระอภิธรรมออนไลน์...  โอวาทปาติโมกข์ : คือหลักคำสอนที่เป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา   ในครั้งนั้นพระพุทธองค์ทรงตรัสเป็พระคาถา รวม ๓ พระคาถาครึ่งดังนี้

พระอภิธรรมออนไลน์...  พระคาถาที่ ๑
ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา   นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา
น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี  สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต ฯ

พระอภิธรรมออนไลน์...  พระคาถาที่ ๒
สพฺพปาปสฺส อกรณํ       กุสลสฺสูปสมฺปทา
สจิตฺตปริโยทปนํ           เอตํ พุทฺธานสาสนํ ฯ

พระอภิธรรมออนไลน์...  พระคาถาที่ ๓
อนูปวาโท อนูปฆาโต     ปาติโมกฺเข จ สํวโร
มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ   ปนฺตญฺจ สยนาสนํ

พระอภิธรรมออนไลน์...  ครึ่งพระคาถา
อธิจิตฺเต จ อาโยโค        เอตํ พุทฺธานสาสนํ ฯ

พระอภิธรรมออนไลน์...  ใจความแห่งพระปาติโมกข์ นั้น มีดังนี้

 

พระอภิธรรมออนไลน์...  ในพระคาถาที่ ๑ พระองค์ทรงแสดงถึงคุณธรรมคือขันติ ความอดทนอดกลั้น ว่าเป็นเครื่องอุดหนุนให้บุคคลบรรลุบรมธรรมคือพระนิพพาน พร้อมทั้งทรงแสดงลักษณะของบุคคลผู้เป็นบรรพชิตหรือสมณะไว้ว่า บุคคลผู้ทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่นให้ลำบาก หาชื่อว่าเป็นบรรพชิตหรือสมณะไม่

พระอภิธรรมออนไลน์...  ในพระคาถาที่ ๒ พระองค์ทรงแสดงถึงหลักคำสอนที่สำคัญซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา เพื่อให้พระสาวกได้นำไปใช้เป็นหลักในการเผยแพร่และสั่งสอนไว้ ๓ ประการคือ

๑ เว้นจากทุจริต คือการประพฤติชั่วด้วยกาย วาจา ใจ ( ไม่ทำชั่ว )
๒ ประกอบสุจริต คือประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ ( ทำแต่ความดี )
๓ ทำจิตใจของตนให้หมดจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง มีโลภ โกรธ หลง ( ทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว )

พระอภิธรรมออนไลน์...  ในพระคาถาที่ ๓ กับอีกครึ่งพระคาถา พระองค์ทรงแสดงถึงปฏิปทาe16.jpg (5644 bytes) ข้อสำหรับปฏิบัติตนของพระสงฆ์สาวก ๖ ประการคือ

๑ ห้ามมิให้ว่าร้ายผู้อื่น
๒ ห้ามมิให้เบียดเบียนผู้อื่น
๓ ต้องสำรวมในพระปาติโมกข์ คือไม่ล่วงละเมิดในสิกขาบทบัญญัติ
๔ ต้องรู้จักประมาณในการแสวงหาและในการบริโภคใช้สอย
๕ ควรอยู่ในสถานที่อันสงบเงียบ เพื่อ
๖ ประกอบความเพียรในอธิจิต คือชำระจิตให้ปราศจากนิวรณธรรมูปกิเลส
มีกามฉันท์เป็นต้น เพื่อให้เกิดมีสมาธิและปัญญา รู้เท่าทันความเป็นจริง
ของสิ่งทั้งหลายทั้งปวงในที่สุด

พระอภิธรรมออนไลน์...  ตั้งแต่นั้นมา ในวันอุโบสถทุกกึ่งเดือนพระองค์ก็ทรงยกขึ้นตรัส แก่ภิกษุสงฆ์ในที่ประชุมเสมอ แต่ภายหลังได้ทรงยกเลิกเสีย แล้วทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์เอาสิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้ มาสวดในที่ประชุมแทน ซึ่งปัจจุบันนี้เรียกว่า สวดปาติโมกข์ หรือ ลงปาติโมกขนั่นเอง

 

จัดทำขึ้นเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันมาฆบูชา
ประจำปี พ.ศ.๒๕๔๕

อาจารย์บุษกร เมธางกูร ขณะเยือนประเทศอินเดีย...
อาจารย์บุษกร เมธางกูร
ประธานมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ


Slidbar.gif (8656 bytes)

nbar.gif (5599 bytes)


จัดทำโดย มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
ศีล สมาธิ ปัญญา... หนทางสายเอก...