สัญโยชน์
หรือสังโยชน์ หรือสัญโญชน์ คือเครื่องผูกจิตเอาไว้ให้ติดอยู่กับสิ่งต่าง
ๆ รวมถึงภพภูมิต่าง ๆ
และวัฏฏสงสาร
ทำให้จิตไม่เป็นอิสระ ต้องตกเป็นทาสของสิ่งเหล่านั้น สิ่งเหล่านั้น จึงสามารถฉุดกระชากลากจูงจิต
ให้ต้องทนทุกข์ทรมานต่าง
ๆ นานา ไม่อาจพ้นจากทุกข์ไปได้ สัญโยชน์ ๑๐ นี้มีอวิชชาเป็นแม่ทัพที่คอยบงการให้เสนาทั้ง ๙ ลากจูงจิตไปในทิศทางต่าง ๆ เมื่อเสนาใดมีกำลังมากกว่าก็จะฉุดกระชากจิต ให้ถูลู่ถูกังไปในทิศทางของตน (ดูภาพประกอบ) สัญโยชน์ ๑๐ ประกอบด้วย |
||
![]() ๑.) สักกายทิฏฐิ : ความเห็นว่ารูปนี้นามนี้หรือกายนี้ใจนี้เป็นอัตตา
เป็นตัวเป็นตนของเรา ควรแก่การยึดมั่นถือมั่น
ผูกจิตไว้กับความเห็นแก่ตัวอย่างเหนียวแน่น
|
||
![]() ๓.) สีลพตปรามาส : การถือศีลพรตด้วยจุดมุ่งหมายที่ผิดทาง
ทำให้ไม่ได้ประโยชน์จากศีลหรือพรตนั้น อย่างที่ควรจะเป็น
ซึ่งอาจถึงขั้นได้รับโทษจากการถือศีลพรตนั้นเลยก็ได้
เช่น กิเลสหรือมานะ
(ความถือตัว)งอกเงยขึ้น
กลายเป็นคนหลงงมงาย หรือเป็นทุกข์ไปโดยเปล่าประโยชน์ สีลพตปรามาสนี้ผูกจิตไว้กับการปฏิบัติที่ผิดทาง
หรือการปฏิบัติอย่างงมงาย
|
||
๕.) ปฏิฆะ : ความกระทบกระทั่งภายในใจ ความขัดเคืองใจ
ความโกรธ ความไม่สบายใจ ความเศร้าโศกเสียใจ ปฏิฆะนี้ผูกจิตไว้กับความทุกข์ทางใจต่าง
ๆ นานา
|
||
![]() ๙.) อุทธัจจะ : ความฟุ้งซ่านของจิต เกิดจากความยึดมั่นถือมั่นของจิตคิดว่าสิ่งต่าง
ๆ มีสาระ
จิตจึงซัดส่ายไปหาสิ่งต่าง ๆ
เหล่านั้นอยู่เนือง ๆ
ไม่อาจตั้งมั่นอยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งอย่างแนบแน่น เป็นเวลานาน
ๆ
ได้อุทธัจจะนี้ผูกจิตไว้กับความซัดส่ายรับอารมณ์ไม่มั่น
|
||
ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
อาจารย์
บุษกร เมธางกูร |
|
|
|
||